บทที่ ๑๑: โชติการามไขขาน ๗ สมเด็จพระสังฆราชล้านนา มหาสมณวงศ์สายพระป่า และมหาพิธีสมโภชวิหารบูรพาจารย์ ๒๕๔๖
บทที่ ๑๑ โชติการามไขขาน: ย้อนรอย ๗ สมเด็จพระสังฆราชล้านนา เบ้าหลอมพระป่ากรรมฐาน และมหาพิธีสมโภชวิหารบูรพาจารย์ ๗ พ.ย. ๒๕๔๖
อภิมหาอารามและทำเนียบ ๗ สมเด็จพระสังฆราชล้านนา
ในบทความส่งท้าย "โชติการาม...ไขขาน" ได้สรุปความยิ่งใหญ่ตลอด ๖ ศตวรรษของวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ในยุคทองแห่งอาณาจักรล้านนา (พ.ศ. ๑๙๓๔ – ๒๑๐๑) วัดแห่งนี้มิได้เป็นเพียงศูนย์กลางแห่งราชธานี แต่มีสถานะเป็น "คลังแห่งสรรพวิทยาการทั้งคดีโลกและคดีธรรม" มีหอพระไตรปิฎก (ห้องสมุดใหญ่) ถึง ๒ แห่ง และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นพระอารามที่ประทับถาวรของ สมเด็จพระสังฆราช (พระมหาสวามี) แห่งอาณาจักรล้านนาไทย ถึง ๗ พระองค์ ได้แก่:
- พระมหาสวามีนารายริยะกะ
- พระมหานันทะเทวาสวามี
- พระมหาญาณวิลาสะสวามี
- พระมหาญาณบัณฑิตสวามี
- พระมหาอุสสะวังสะมหาสวามี
- พระมหานันทะเทวาสวามี (องค์ที่ ๒)
- พระมหาสัทธัมมกิตติมหาสวามี
การเป็นที่ประทับขององค์ประมุขสงฆ์สูงสุดถึง ๗ รัชกาล ตอกย้ำว่าวัดโชติการามคือศูนย์กลางอำนาจฝ่ายศาสนจักรที่รุ่งโรจน์ที่สุดในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาฝ่ายเหนือ
รังนกกระจอกแห่งพระอริยะ: สายธารพระป่ากรรมฐาน
เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ภายหลังท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) และพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้นำกองทัพธรรมสายวิปัสสนากรรมฐานขึ้นมาปักหลัก ณ วัดเจดีย์หลวง ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ อารามหลวงแห่งนี้ได้กลายสภาพเป็น "เบ้าหลอมแห่งพระอริยสงฆ์" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ พระมหาเถระผู้ทรงคุณธรรมชั้นเลิศที่ชาวไทยเคารพกราบไหว้ในปัจจุบัน ล้วนเคยเดินทางมาพำนัก จำพรรษา หรือประกอบพิธีญัตติกรรม (บวชใหม่) เข้าสู่สายธรรมยุต ณ พระอุโบสถวัดเจดีย์หลวงแห่งนี้:
- หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ และ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม: สองพระอริยเจ้าชื่อดังแห่งเชียงใหม่ ได้ทำพิธีญัตติเป็นพระภิกษุธรรมยุต ณ พัทธสีมาวัดเจดีย์หลวง โดยมีท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์
- หลวงปู่เทสก์ เทสฺรังสี, หลวงปู่ลี ธมฺมธโร, และ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร: ล้วนเคยพำนักบำเพ็ญสมณธรรม ณ กุฏิทัณฑเขตและเสนาสนะวัดเจดีย์หลวง ก่อนแยกย้ายกันไปบุกเบิกสำนักสงฆ์ทั่วภาคเหนือ
- หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน: แม่ทัพธรรมผู้สอบได้นักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๓ ประโยคจากสำนักเรียนวัดเจดีย์หลวงแห่งนี้ (พ.ศ. ๒๔๘๔)
๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๖: มหาพิธีถวายวิหารบูรพาจารย์
ประวัติศาสตร์บทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ได้จารึกมหามงคลพิธีในวันศุกร์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ เมื่อ "วิหารบูรพาจารย์" (วิหารหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) สถาปัตยกรรมไม้สักประยุกต์ล้านนาที่จำลองแบบมาจากวิหารวัดต้นเกว๋น ได้ก่อสร้างและตกแต่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ ด้วยงบประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท
ในพิธีฉลองสมโภช คณะสงฆ์ได้นิมนต์พระเถระสายพระป่ากรรมฐานและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากทั่วประเทศจำนวน ๓๕๐ รูป มาร่วมประกอบพิธี โดยมี คุณฐาวรา หวั่งหลี คหบดีผู้มีจิตศรัทธา ถวายถุงย่ามที่ระลึก ๓๕๐ ใบ, ถวายรูปเหมือนหลวงปู่มั่นเนื้อทองสำริดขนาดบูชา ๕ นิ้ว ๓๕๐ องค์ และปวารณาถวายจตุปัจจัยไทยธรรมรูปละ ๑,๐๐๐ บาท
บุษบกไม้สักทองคำบรรจุอัฐิธาตุและฟันกรามของหลวงปู่มั่น ได้รับการอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอย่างถาวร ณ ใจกลางวิหารบูรพาจารย์ เหนือพื้นที่เดิมของ "กุฏิทัณฑเขต" ใต้ร่มเงาต้นยางนายักษ์ ซึ่งเป็นจุดที่หลวงปู่มั่น หลวงปู่แหวน และหลวงปู่สิม เคยพำนักปฏิบัติธรรมจริงในอดีต นับเป็นการสถาปนามรดกแห่งบูรพาจารย์ให้สถิตสถาพร เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก และปิดเล่มมหากาพย์แห่ง "โชติการาม...บูรพาจารย์" อย่างสมบูรณ์และสง่างามที่สุด

