บทที่ ๕: อุณหัสสวิชัย คัมภีร์พ้นภัยและต่ออายุ ปาฏิหาริย์แห่งพุทธบารมีสะเทือนสวรรค์
เจาะลึกตำนานคัมภีร์อุณหัสสวิชัย ปาฏิหาริย์พุทธบารมีช่วยสุปติฏฐิตเทวบุตรพ้นนรกอเวจี และธรรมเนียมการถวายข้าวสารกู้ชีวิตของล้านนา
วิกฤตแห่งจุติและปัญจบุพพนิมิตบนดาวดึงส์
คัมภีร์ "อุณหัสสวิชัย" (หรือสำเนียงล้านนาว่า อุณหัสสะวิไจย) เป็นหนึ่งในคัมภีร์ใบลานศักดิ์สิทธิ์ที่พระสงฆ์ล้านนานิยมนำมาเทศน์ในพิธีทำบุญสืบชาตาและงานอายุวัฒนมงคล ตำนานย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล ขณะพระพุทธองค์ประทับเหนือบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ใต้ร่มไม้ปาริฉัตร บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ในกาลนั้น สุปติฏฐิตเทวบุตร กำลังเสวยสุขทิพย์ท่ามกลางเหล่านางอัปสร ทว่า อากาสจาริณีเทวบุตร ผู้มีญาณทิพย์หยั่งรู้ว่า สุปติฏฐิตาเหลือเวลาเสวยสุขบนสวรรค์อีกเพียง ๒ วันเท่านั้น และเมื่อจุติ (ตาย) จากเทวโลก จะต้องตกนรกอเวจีหมกไหม้อยู่นานนับแสนปี จากนั้นต้องไปชดใช้กรรมเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอีก ๕๐๐ ชาติ (เป็นแร้ง กา เต่า หมู สุนัข) และเกิดเป็นมนุษย์ที่หูหนวก ตาบอด เป็นใบ้ ชดใช้กรรมอันแสนสาหัส
เมื่อสุปติฏฐิตเทวบุตรทราบความจริง ก็เกิดความสะดุ้งกลัวอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้นได้เกิด "ปัญจบุพพนิมิต" ๕ ประการ อันเป็นลางบอกเหตุความตายของชาวสวรรค์ ได้แก่:
- ดอกไม้ทิพย์ประจำกายที่เคยสดชื่นกลับเหี่ยวแห้งโรยรา
- ผิวพรรณวรรณะทิพย์ที่เคยผุดผ่องกลับหม่นหมองไร้รัศมี
- ผ้าทิพยภูษาเกิดความเศร้าหมอง สกปรก
- มีเหงื่อไคลไหลซึมออกจากรักแร้ทั้งสองข้าง
- อาสนะทิพย์ที่เคยนุ่มนวลกลับแข็งกระด้างและร้อนรุ่มดุจไฟ
มูลเหตุแห่งวิบากกรรมและพระพุทธบารมีกอบกู้ชีวิต
สุปติฏฐิตเทวบุตรได้แล่นไปพึ่งบารมีของท้าวสักกเทวราช (พญาอินทร์) แต่ท้าวสักกะทรงแจ้งว่า แม้แต่ราชาแห่งทวยเทพก็มิอาจขัดขวางแรงกรรมได้ มีเพียงพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งได้ ทั้งสองจึงนำข้าวตอกดอกไม้และเครื่องหอมเข้าเฝ้าพระพุทธองค์
พระพุทธองค์ทรงแสดงบุพกรรมในอดีตชาติของสุปติฏฐิตะว่า:
- เคยเป็นนายพรานล่าสัตว์ ฆ่าสิ่งมีชีวิตตลอดชีวิต ไม่เคยทำบุญรักษาศีล
- เคยเอาข้าวเปลือกและแกลบผสมปนกับข้าวสารไปหลอกขายผู้อื่น จึงต้องไปรับกรรมเกิดเป็นสุกร
- เคยด่าทอนินทาพระภิกษุสามเณร และลบหลู่บิดามารดาครูอาจารย์ จึงต้องไปเกิดเป็นสุนัข
- เคยส่งเสียงเอะอะรบกวนผู้อื่นขณะฟังเทศน์ฟังธรรม จึงต้องไปเกิดเป็นคนหูหนวก
- เคยทำหน้าตาบิดเบี้ยวล้อเลียนพระสงฆ์ขณะบิณฑบาต จึงต้องไปเกิดเป็นคนตาบอด
ด้วยพระมหากรุณา พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมเทศนาอันยอดเยี่ยม คือ "พระคาถาอุณหัสสวิชัย" ซึ่งพรรณนาถึงพระพุทธานุภาพอันไร้ผู้เทียมทาน เป็นยอดแห่งธรรมในโลกที่สามารถคุ้มครองสรรพสัตว์ให้พ้นจากพญามัจจุราช อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยจากอมนุษย์ และโรคาพยาธิทั้งปวง
ผลลัพธ์และอานิสงส์ในจารีตล้านนา
ทันทีที่ได้สดับพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้ สุปติฏฐิตเทวบุตรก็รอดพ้นจากความตายและขุมนรกในทันที ร่างกายกลับผ่องใสดังเดิม และสามารถต่ออายุขัยเสวยทิพยสมบัติบนสวรรค์ยืนยาวต่อไปจนถึงยุคพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ต่อเนื่องไปจนถึงยุคพระศรีอริยเมตไตรย
โบราณาจารย์ล้านนาจึงนำพระคาถาบทนี้มาจารลงใบลาน ใช้สวดและเทศน์เป็นหัวใจของพิธีสืบชาตา พร้อมผูกเข้ากับธรรมเนียม "กู้ชีวิต" หรือการถวายข้าวสารเท่าน้ำหนักตัวของผู้ทำพิธี การปล่อยนกปล่อยปลา และการให้ยารักษาโรคเป็นทาน เพื่อเป็นกุศโลบายในการละบาป บำเพ็ญกุศล และต่อชะตาชีวิตให้ยืนยาวสืบไป