บทนำและคำปรารภ: ปฐมบทแห่งคัมภีร์เก่าดี กำไรชีวิต และอุดมการณ์กอบกู้มรดกความทรงจำล้านนา
บทนำหนังสือ "เก่าดี": นิยามกำไรชีวิตที่แท้จริง เสียงสะท้อนจากปราชญ์ล้านนา และอุดมการณ์กอบกู้มรดกความทรงจำทางวัฒนธรรมมิให้สูญหาย
ปรัชญา "กำไรชีวิต": บทวิพากษ์ทุนนิยมและกตัญญุตาธรรม
พระครูโสภณกิตติญาณ (พระครูมหาสิงห์) เปิดปฐมบทของหนังสือด้วยบทความสั้นอันทรงพลังชื่อ "กำไรชีวิต" ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนมายาคติของสังคมบริโภคนิยมร่วมสมัย ผู้คนในโลกยุคใหม่มักถูกชักจูงอย่างเปิดเผยให้เข้าใจผิดว่า การได้ทดลองสิ่งแปลกใหม่ที่มัวเมา เช่น การดื่มสุราเมรัย การเล่นการพนัน หรือการท่องเที่ยวราตรี คือ "กำไรของชีวิต"
ทว่าในเชิงอภิปรัชญาพุทธศาสนา ผู้เขียนได้นำคำว่า "กำไร" ในระบบเศรษฐศาสตร์มาตีความใหม่: ชีวิตของลูกทุกคนคือ "เงินทุนของพ่อแม่" เมื่อบิดามารดาลงทุนหยาดเหงื่อแรงกายสร้างชีวิตขึ้นมา หากลูกหลานกลับไปหลงระเริงในอบายมุขจนเสียผู้เสียคน เจ็บไข้ได้ป่วย หรือสิ้นเนื้อประดาตัว ย่อมเท่ากับทำให้เจ้าของทุนคือพ่อแม่ต้อง "ขาดทุนย่อยยับ" ในทางตรงกันข้าม "กำไรชีวิตที่แท้จริง" ย่อมเกิดขึ้นจากความขยัน อดทน ประหยัด และการสร้างสมบุญบารมีใหม่ด้วยทาน ศีล และภาวนา ซึ่งเป็นผลลัพธ์สุทธิที่สร้างความอิ่มเอิบใจให้แก่พ่อแม่อย่างแท้จริง
หลักคิดนี้เชื่อมโยงแนบแน่นกับบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ที่อัญเชิญมาลงไว้ว่า "เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย" ตอกย้ำว่าสังคมที่ปราศจากศีลธรรมและปัญญาย่อมไม่อาจตั้งอยู่ได้ ไม่ว่าจะมีความมั่งคั่งทางวัตถุเพียงใด
เสียงสะท้อนจากคณะสงฆ์และนักปราชญ์วัฒนธรรม
ในส่วนของอนุโมทนากถาและคำนิยม พระเถระผู้ใหญ่และนักวิชาการวัฒนธรรมได้ร่วมกันชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของหนังสือเล่มนี้:
- พระครูวิมลธรรมานุศาสน์ (เจ้าคณะอำเภอพร้าว): ชื่นชมวิริยอุตสาหะของผู้เขียนที่ค้นคว้าตำราโบราณอันกระจัดกระจาย นำมาร้อยเรียงด้วยภาษาที่กระชับและเข้าใจง่าย เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เข้าถึงแก่นสาระ
- พระครูวิจิตรธรรมาภินันท์: อุปมาขั้นตอนของพิธีกรรมประดุจการปรุงอาหาร หากใส่เนื้อ ผัก และเครื่องปรุงลงหม้อสะเปะสะปะโดยไม่รู้ลำดับ รสชาติย่อมไม่อร่อยกลมกล่อม พิธีกรรมก็เช่นกัน หากทำด้วยความมักง่าย ไม่รู้ขั้นตอน ย่อมสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์และประโยชน์อันพึงได้ การมีคู่มือที่ถูกต้องจึงช่วยปลดเปลื้องความลังเลสงสัยของศรัทธาสาธุชน
- นายประคอง ธรรมไชย (อดีตนักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ จ.เชียงใหม่): เน้นย้ำว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา การรวบรวมคติธรรม ชาดก และจารีตล้านนาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร จะเป็นคู่มือเสริมสร้าง "กุศลปัญญา" ในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง
"คุยกันก่อน": อุดมการณ์บันทึกล้านนาผ่านหนังสือเล่มที่ ๖
ในส่วนคำปรารภผู้เขียน ("คุยกันก่อน") พระครูมหาสิงห์ได้เผยถึงเบื้องหลังและเจตนารมณ์อันแน่วแน่:
- พลังแห่งการอ่าน: "หนังสือคือบ่อเกิดแห่งความรู้" การอ่านเป็นเครื่องมือปลุกให้มนุษย์เข้าใจเพื่อนมนุษย์ รู้เท่าทันโลก อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผู้ที่ปรารถนาความก้าวหน้าจำต้องสร้างนิสัยรักการอ่าน
- วิกฤตแห่งมุขปาฐะ: จารีตล้านนาจำนวนมากไม่เคยถูกจดบันทึกเป็นตัวอักษร หากแต่อาศัย "การจำปากต่อปาก" นานวันเข้าข้อมูลจึงผิดเพี้ยน เลือนหาย และเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้น คัมภีร์ที่มีอยู่ก็มักซ่อนอยู่ในพระไตรปิฎกหรือคัมภีร์ใบลานเล่มใหญ่ที่ชาวบ้านทั่วไปยากจะเข้าถึง
- เอกลักษณ์เฉพาะแห่งล้านนา: วัฒนธรรมหลายอย่างเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีในภาคอื่น เช่น ขันแก้วตังสาม หรือการสูมาครัวทาน ซึ่งจำเป็นต้องมีบันทึกมาตรฐาน (ดุจปั๊กกะตืนหรือปฏิทินตำราโบราณ) เพื่อป้องกันการสูญหาย
- มหาทานบารมี: หนังสือเล่มนี้สำเร็จขึ้นได้ด้วยน้ำใจอันบริสุทธิ์ของพระครูวินัยธรรรพจน์ ชัยะวุฑโฒ (วัดผางาม อ.แม่แตง) และสาธุชน ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์แจกเป็นธรรมทานตามพุทธพจน์ "การให้ธรรม ย่อมชนะการให้ทั้งปวง"