บทที่ ๑๑: พิธีสู่ขวัญควาย: ภราดรภาพแห่งสิ่งมีชีวิต ด้ายมงคล ๓๒ ขวัญ และสุนทรียศาสตร์แห่งการขอขมาแรงงาน
เจาะลึกพิธีสู่ขวัญควายล้านนา คติขวัญ ๓๒ เท่าเทียมมนุษย์ การผูกด้ายมงคลปลายเขา โองการขอขมาแรงงาน และสุนทรียศาสตร์แห่งความกตัญญู
อภิปรัชญา "ขวัญ ๓๒": สัตว์และมนุษย์ใต้ระนาบเดียวกัน
ในสายตาของชาวล้านนาโบราณ สัตว์พาหนะมิใช่เพียง "ทรัพย์สิน" หรือ "เครื่องมือการผลิต" ที่ไร้จิตใจ หากแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขที่มีเกียรติยศและดวงจิตวิญญาณ นายสงวน โชติสุขรัตน์ ได้บันทึกประเพณีอันสะท้อนความอ่อนโยนและจิตใจอันสูงส่งของชาวไทยยวนไว้ใน "พิธีสู่ขวัญควาย" (หรือ เรียกขวัญควาย) ซึ่งจัดขึ้นทันทีที่ภารกิจไถคราดและปักดำนาเสร็จสิ้นลง
หัวใจทางมานุษยวิทยาที่น่าทึ่งที่สุดของพิธีนี้ คือ คติความเชื่อที่ว่า "ทั้งคนและสัตว์ต่างมีขวัญเท่าเทียมกัน คือ ๓๒ ขวัญ" เมื่อควายต้องตรากตรำกรำแดดกรำฝน แบกคันไถและลากคราดบนผืนโคลนอย่างเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังอาจถูกชาวนาผู้เป็นเจ้าของเฆี่ยนตี ดุด่า หรือก่นโคตรด่าทอด้วยอารมณ์โมโห ย่อมทำให้ขวัญของควายตกใจ เตลิดหนี และกระจัดกระจายไปตามป่าเขา ทำให้ร่างกายของสัตว์ทรุดโทรม เจ็บป่วย และไร้เรี่ยวแรง ชาวนาล้านนาจึงต้องจัดพิธีสู่ขวัญเพื่อเรียกขวัญทั้งสามสิบสองกลับคืนสู่ร่างของควาย
มณฑลพิธีข้างคอก และโองการขอขมาแรงงาน
พิธีกรรมจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายทว่าเปี่ยมล้นด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ณ บริเวณลานดินข้างคอกควาย (โรงควาย) ควายตัวเอกผู้กรำศึกทำนาจะถูกนำมาอาบน้ำชำระโคลนจนสะอาดและผูกไว้ใกล้ปะรำพิธี โดยมีเครื่องสักการะบวงสรวงประกอบด้วย:
- กรวยใบตองใส่ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวต้ม ขนม กล้วย อ้อย หมากพลู ยาเส้น และไก่ต้ม ๑ ตัว
- น้ำส้มป่อยผสมขมิ้นสดสำหรับสระสรง
- หญ้าอ่อนสดเขียวขจีจำนวน ๑ หาบใหญ่ วางเตรียมไว้เป็นรางวัลแด่เพื่อนผู้เหนื่อยยาก
- ด้ายขาวความยาว ๒ คืบ จำนวน ๓๒ เส้น มัดรวมกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการผูกขวัญ ๓๒
มัคนายกวัดหรือ "อาจารย์ประจำหมู่บ้าน" ผู้ทรงภูมิจะนั่งประจำโต๊ะพิธี สวมเสื้อผ้าฝ้ายม่อฮ่อมสะอาดตา นำตำราปั๊บสาโบราณออกมากาง และเริ่มขับขาน "คำสู่ขวัญควาย" เป็นร้อยกรองภาษาพื้นเมืองล้านนาด้วยท่วงทำนองเนิบช้าจับใจ
เนื้อหาในโองการสู่ขวัญมิใช่เพียงการอวยพร แต่เป็นการ "พรรณนาถึงบุญคุณอันใหญ่หลวงของควาย" ที่ได้ช่วยให้มนุษย์มีข้าวปลาอาหารหล่อเลี้ยงชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือ "การกราบขอขมาลาโทษจากก้นบึ้งของหัวใจ" ขออโหสิกรรมต่อบาดแผล รอยแส้ รอยเฆี่ยนตี และคำสบถหยาบคายที่ชาวนาได้ล่วงเกินต่อสัตว์ในยามที่เหน็ดเหนื่อย อ้อนวอนให้ดวงขวัญที่ตกหล่นอยู่ตามห้วย หนอง คลอง บึง และคันนา จงบินกลับมาสถิตอยู่ในเขา ในหัว ในอก และในกีบเท้าของควายดังเดิม
การผูกขวัญปลายเขา และศานติสุขในเรือนกาย
เมื่ออาจารย์สวดขับลำนำสู่ขวัญจบลง ชาวนาผู้เป็นเจ้าของควายจะก้าวเข้าไปหาสัตว์เลี้ยงด้วยแววตาเปี่ยมรักและสำนึกบุญคุณ:
- นำ น้ำขมิ้นส้มป่อย ชโลมลูบไล้ไปตามหน้าผาก เขา หลัง และลำตัวของควาย เพื่อล้างมลทิน ปัดเป่าเสนียดจัญไร และปลอบประโลมบาดแผลจากการไถคราด
- นำ ด้ายขาว ๓๒ เส้น พร้อมกรวยดอกไม้สด ไปผูกติดไว้ที่ปลายเขาทั้งสองข้างของควายอย่างประณีต เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าขวัญทั้งสามสิบสองได้กลับคืนสู่ร่างอย่างสมบูรณ์แล้ว
- ยก หาบหญ้าอ่อนสด เข้าไปวางตรงหน้าให้ควายได้เคี้ยวเอื้องอย่างสำราญใจโดยไม่มีการใช้งานหนักใดๆ อีกตลอดช่วงฤดูฝน
พิธีสู่ขวัญควายจึงเป็นประจักษ์พยานชิ้นเอกที่ยืนยันว่า จริยธรรมล้านนาโบราณมิได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ หากแต่แผ่ขยายความเมตตาและภราดรภาพอันไพศาลไปสู่สัตว์เดรัจฉานร่วมโลก สะท้อนถึงอารยธรรมที่มีหัวใจอันละเอียดอ่อนและเปี่ยมด้วยกตัญญุตาธรรมอย่างแท้จริง