บทที่ ๑๓: ขึ้นท้าวทั้งสี่: สถาปัตยกรรมเสาเดี่ยวค้ำฟ้า สะตวง ๖ มหาทิศ และค่ายกลพิทักษ์มงคลพิธี
เจาะลึกพิธีขึ้นท้าวทั้งสี่ล้านนา สถาปัตยกรรมเสาเดี่ยวค้ำฟ้า สะตวง ๖ มหาทิศ โองการปั๊บสาของปู่อาจารย์ และค่ายกลพิทักษ์งานบุญปอยหลวง
ปฐมด่านแห่งความศักดิ์สิทธิ์: กฎเหล็กก่อนเริ่มงานมงคล
ในกระบวนการประกอบพิธีกรรมของชาวล้านนาโบราณ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญมโหฬารระดับชุมชน เช่น งานปอยหลวง (ฉลองวิหาร อุโบสถ กำแพงวัด หรือโรงเรียน), งานปอยน้อย (งานอุปสมบทหรือบวชลูกแก้ว), หรืองานมงคลระดับครัวเรือน เช่น งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน กฎจารีตโบราณที่มิอาจละเมิดได้เป็นอันขาดคือ: จะต้องประกอบ "พิธีขึ้นท้าวทั้งสี่" ให้เสร็จสิ้นเป็นปฐมฤกษ์เสียก่อน จึงจะเริ่มดำเนินงานมงคลอื่นๆ ได้
นายสงวน โชติสุขรัตน์ ชี้ให้เห็นว่า พิธีนี้คืออุบายทางจิตวิญญาณในการประกาศแจ้งและอัญเชิญ "ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่" แห่งสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ได้แก่ ท้าวธตรฐ (ทิศตะวันออก), ท้าววิรุฬหก (ทิศใต้), ท้าววิรูปักษ์ (ทิศตะวันตก) และท้าวเวสสุวรรณ (ทิศเหนือ) ให้เสด็จมารับเครื่องสังเวยและแผ่อำนาจคุ้มครองป้องกันเสนียดจัญไร ภูตผีปีศาจ และอวมงคลทั้งปวง มิให้เข้ามากล้ำกรายทำลายความสงบสุขตลอดห้วงเวลาของการเฉลิมฉลอง
สถาปัตยกรรมเสาเดี่ยวค้ำฟ้า และรหัสสะตวง ๖ ทิศ
ศูนย์กลางของพิธีอยู่ที่โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมชั่วคราวอันเปี่ยมด้วยรหัสจักรวาลวิทยา:
- ชาวบ้านจะเลือกปักเสาไว้ที่มุมมงคลของบริเวณงาน ซึ่งมักเป็น ทิศตะวันออก หรือ ทิศหัวนอน (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)
- ใช้ท่อนไม้สดหรือต้นกล้วยขนาดพอนเหมาะ ทำเป็น "เสาเดี่ยว" ปักลงดินให้มีความสูงเหนือระดับเอวขึ้นมาเล็กน้อย
- บนยอดเสาเดี่ยว ติดตั้งไม้ไผ่ไขว้ขัดกันเป็น "รูปกากบาท" แผ่ออกไป ๔ แฉกตามทิศทั้งสี่ เพื่อทำหน้าที่เป็นแท่นวางถาดเครื่องสังเวย
ความเร้นลับของพิธีนี้คือ การจัดวาง "ถาดสะตวงกาบกล้วย" จำนวน ๖ ถาด บนโครงสร้างเสาเดี่ยวเพียงต้นเดียว:
- สะตวง ๔ ทิศบนไม้กากบาท: วางถาดสะตวงประจำปลายแขนกากบาททั้งสี่ทิศ เพื่ออุทิศถวายแด่ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ องค์
- สะตวงยอดกลางเบื้องบน: ตรงใจกลางไม้กากบาท จะต่อเดือยไม้ยกระดับสูงขึ้นไปอีกประมาณ ๑ คืบเศษ เพื่อเป็นแท่นวางถาดสะตวงที่ ๕ สำหรับถวายแด่ พระอินทร์ (ท้าวสักกเทวราช) องค์ประมุขแห่งทวยเทพชั้นดาวดึงส์
- สะตวงโคนเสาเบื้องล่าง: ที่พื้นดินใต้โคนเสาเดี่ยว จะวางถาดสะตวงที่ ๖ อุทิศถวายแด่ แม่พระธรณีเจ้าที่ ผู้เป็นเจ้าของแผ่นดิน
ในสะตวงทั้ง ๖ ถาดนี้ กรุด้วยใบตองและบรรจุเครื่องเซ่นอย่างละเล็กละน้อยครบครัน: หมาก พลู บุหรี่ขี้โย เมี่ยง กล้วย อ้อย ข้าวสุก แกงส้ม แกงหวาน ขนม ข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน ตลอดจน "ช่อ" (ธงสามเหลี่ยม) และ "ตุง" ขนาดเล็กที่ตัดจากกระดาษสาหลากสี เสียบไว้รอบถาดอย่างประณีต
โองการปั๊บสาของปู่อาจารย์: การตรึงขอบเขตมิติ
ในการประกอบพิธี เจ้าภาพไม่สามารถทำเองได้ ต้องอาราธนา "ปู่อาจารย์" หรืออาจารย์วัดผู้เชี่ยวชาญพระเวทมาเป็นผู้นำสารข้ามมิติ:
- เจ้าภาพต้องจัดเตรียม "ขันตั้ง" (พานยกครู) ประกอบด้วย ข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน สุรา ๑ ขวด หมากร้อยสาย (หมากไหม) และเงินค่าครูตามธรรมเนียม
- ปู่อาจารย์จะนั่งประจำหน้าขันตั้ง จุดธูปเทียนกราบไหว้ครูบาอาจารย์ จากนั้นจะกางตำราใบลานหรือ ปั๊บหนังสาโบราณ ออกอ่าน "โองการขึ้นท้าวทั้งสี่" ด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน โอ่อ่า มั่นคง และเปี่ยมด้วยอำนาจจิตสะกดวิญญาณ
เนื้อหาในโองการเป็นการอัญเชิญทวยเทพทั้ง ๖ ทิศ เสด็จมารับเครื่องกระยาบวชและเครื่องพลีกรรม พร้อมทั้งประกาศนามของเจ้าภาพและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และขออัญเชิญเดชานุภาพของทวยเทพให้ช่วย "ตรึงขอบเขตปริมณฑล" ปกปักรักษาทุกลมหายใจของผู้มาร่วมงานมิให้มีเภทภัยใดๆ เมื่อปู่อาจารย์ร่ายโองการจบลง ย่อมถือว่ามณฑลพิธีนั้นได้รับการคุ้มครองด้วยเกราะเพชรแห่งทวยเทพ พร้อมที่จะเปิดฉากงานมงคลที่ยิ่งใหญ่ต่อไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยสิริมงคล