บทที่ ๓: วิหารวัดต้นเกว๋น ยอดมงกุฎสถาปัตยกรรมล้านนา และต้นแบบวิหารบูรพาจารย์วัดเจดีย์หลวง
บทที่ ๓ วิหารวัดต้นเกว๋น: ถอดรหัสมงกุฎสถาปัตยกรรมไม้ล้านนา จุดพักพระธาตุจอมทอง พระพิมพ์โลหะ ๑,๐๕๖ องค์ และต้นแบบวิหารบูรพาจารย์
ปฐมบท "วัดต้นเกว๋น" และรอยทางแห่งศรัทธาพระธาตุจอมทอง
เมื่อคณะกรรมการวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร มีมติสร้าง "วิหารบูรพาจารย์" เพื่อประดิษฐานบุษบกอัฐิธาตุและทันตธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต มหาบูรพาจารย์แห่งสายพระป่า คณะสงฆ์มิได้เลือกใช้สถาปัตยกรรมคอนกรีตสมัยใหม่ หากแต่มุ่งหน้าสู่วัดโบราณแห่งหนึ่งในตำบลหนองควาย อำเภอหางดง นั่นคือ "วิหารวัดต้นเกว๋น" (วัดอินทราวาส) ซึ่งได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์ศิลป์ทั่วโลกว่าเป็น "วิหารไม้ล้านนาแบบดั้งเดิมที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลก"
วัดต้นเกว๋นสร้างขึ้นในราว พ.ศ. ๒๓๙๙ – ๒๔๑๒ (จ.ศ. ๑๒๑๘ – ๑๒๓๑) ในรัชสมัยของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๖ เดิมตั้งชื่อตามต้นไม้ป่าในพื้นที่คือ "ต้นเกว๋น" (ต่อมาตั้งชื่อทางการว่า วัดอินทราวาส ตามนามครูบาอินทร์ ปฐมเจ้าอาวาส)
ความสำคัญสูงสุดของวัดแห่งนี้ คือการเป็น "สถานที่หยุดพักขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุจากวัดพระธาตุศรีจอมทอง" ก่อนที่จะอัญเชิญเข้าสู่กำแพงเมืองเชียงใหม่ ขบวนแห่ของเจ้าหลวงและศรัทธาสาธุชนจะอัญเชิญพระธาตุมาประดิษฐาน ณ ศาลาจตุรมุขของวัดต้นเกว๋น เพื่อเปิดโอกาสให้ราษฎรได้ร่วมสรงน้ำสมโภชเฉลิมฉลองเป็นเวลา ๒–๓ วัน
อัจฉริยศิลป์พระวิหาร พ.ศ. ๒๔๐๑ และพระพิมพ์ผนังพันองค์
ตามจารึกอักษรธรรมล้านนาใต้ขื่อเพดานด้านทิศเหนือ บันทึกไว้ชัดเจนว่า พระวิหารไม้สักหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๑ (จ.ศ. ๑๒๒๐) นายช่างโบราณได้รังสรรค์สัดส่วนทางสถาปัตยกรรมอย่างกลมกลืน:
- โครงสร้างและทรวดทรง: อาคารเครื่องไม้ชั้นเดียว หลังคาซ้อนชั้นลดหลั่น มุงกระเบื้องดินขอ หน้าบันสลักลายพรรณพฤกษา ก้านขด ช่อฟ้าและหางหงส์เป็นรูปพญานาคอย่างวิจิตรบรรจง
- พระพิมพ์โลหะติดผนัง ๑,๐๕๖ องค์: ผนังด้านหลังพระประธานปูนปั้น เจาะเป็นช่องซุ้มประดับด้วยพระพิมพ์เนื้อโลหะโบราณหล่อติดผนังมากถึง ๑,๐๕๖ องค์ แบ่งเป็นพิมพ์ใบโพธิ์ปางมารวิชัย (ขนาด ๒ x ๔ ซม.) และพิมพ์ปางนาคปรก (ขนาด ๓ x ๕ ซม.) แม้จะถูกโจรกรรมสูญหายไปบางส่วนในอดีต ทว่ายังคงสะท้อนพลังศรัทธาอันยิ่งยวด
- มณฑลพิธีบริวาร: นอกเหนือจากพระวิหาร ภายในกำแพงแก้วยังประกอบด้วย มณฑปจตุรมุข สำหรับประดิษฐานโกศพระบรมธาตุชั่วคราว, ศาลารายรอบทิศเป็นรูปตัวยู (U-shape) ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง, และรางรินสรงน้ำพระธาตุโบราณที่แกะสลักอย่างวิจิตรนามว่า "สุคนธสินธุธารา"
ด้วยคุณค่าอันประเมินมิได้ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ถวายรางวัล "อาคารอนุรักษ์ดีเด่น" แด่วัดต้นเกว๋น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒
การถ่ายทอดจิตวิญญาณสู่วิหารบูรพาจารย์ วัดเจดีย์หลวง
ด้วยสัดส่วนอันคลาสสิก อ่อนช้อย และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความสงบวิเวก พระเดชพระคุณพระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) และพระครูปลัดสุวัฒนวรคุณ จึงได้นำมิติทางสถาปัตยกรรมของวิหารวัดต้นเกว๋น มาเป็น "แม่แบบทางกายภาพและจิตวิญญาณ" ในการสร้าง "วิหารบูรพาจารย์" (วิหารหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) ณ ลานวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานบุษบกอัฐิธาตุทองคำ โดยถอดแบบลวดลายไม้จำหลัก หน้าบันลดชั้น และความโปร่งสบายอย่างครบถ้วน เพื่อให้อนุสรณ์สถานขององค์บูรพาจารย์ มีความสง่างาม สมเกียรติ และสถิตสถาพรคู่แผ่นดินล้านนาสืบไป