บทที่ ๘: จดหมายเหตุรถไฟสายเหนือ พ.ศ. ๒๔๗๑ บันทึกรายวันพระมหาทอง และปฐมบทการครองวัดเจดีย์หลวงของพระอุบาลีฯ
บทที่ ๘ จดหมายเหตุรถไฟสายเหนือ พ.ศ. ๒๔๗๑: บันทึกวันต่อวันของพระมหาทอง ขบวนรถไฟประวัติศาสตร์ ๒๘ ชม. และการเปิดโรงเรียนบาลีวัดเจดีย์หลวง
คำนำจดหมายเหตุและอุดมการณ์ธรรมทูต
จดหมายเหตุเรื่องไปเชียงใหม่ บันทึกขึ้นโดย พระมหาทอง (โพสิโต) พระเปรียญเอกผู้ใกล้ชิด เพื่อทำหน้าที่เป็นพยานประวัติศาสตร์และเป็น "โฆษณาการอันบริสุทธิ์ (โปรปะกันดา)" แห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายธรรมยุติกนิกายในล้านนา การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นตามพระบรมราชานุญาตในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) ภายหลัง พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และเจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์) ได้มีหนังสือกราบทูลขอตัว พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) จากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ วัดราชบพิธ
มหามกุฏราชวิทยาลัยได้ถวายค่าพาหนะ ๙๐๐ บาท และนิตยภัตสำหรับครูสอนเดือนละ ๔๐ บาท คณะธรรมทูตประกอบด้วยพระภิกษุสามเณร ๓๕ รูป (เป็นพระเปรียญ ๓ รูป คือ พระมหาทอง, พระมหาผิว, พระมหาผล) พร้อมอุบาสกอุบาสิกา ๕๐ คน ได้เหมาตู้รถไฟพิเศษ ๑ ตู้ เป็นเงิน ๙๕๐ บาท รวมค่าระวางของและเสบียงเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๐๖๒ บาทเศษ พร้อมนำหนังสือสำคัญที่ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ รจนาขึ้นสำหรับแจกจ่ายในนาม "เตือนใจเพื่อนบ้าน" จำนวนมาก เพื่อเตือนสติมิให้ชาวเหนือละทิ้งพุทธศาสนาไปเข้ารีตศาสนาอื่น
บันทึกการเดินทาง ๒๘ ชั่วโมง: จากกรุงเทพฯ สู่นครพิงค์ (๒๗–๒๘ พฤษภาคม ๒๔๗๑)
- วันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๑: เวลา ๑๕.๐๐ น. คณะสงฆ์กราบลาพระประธานวัดบรมนิวาส ขึ้นรถยนต์สู่วัดเทพศิรินทร์และสถานีรถไฟกรุงเทพฯ ท่ามกลางพระเถระผู้ใหญ่และข้าราชบริพารมาชุมนุมส่งนับพันคน รถไฟล้อหมุนออกจากชานชาลาเมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น.
- ราตรีกาลบนรางเหล็ก: ขบวนรถแล่นผ่านบางปะอิน อยุธยา ถึงลพบุรีเวลา ๑ ทุ่มเศษ มีทายกทายิกามารอรับส่ง ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ได้ปฏิสันถารและแจกหนังสือเตือนใจเพื่อนบ้าน รถไฟแล่นฝ่าความมืดผ่านโคกกะเทียม ถึงบ้านหมี่ ๒ ทุ่มเศษ ผ่านปากน้ำโพเวลาเที่ยงคืน ถึงพิษณุโลกเวลาตี ๔ พระเณรและศิษย์นอนหลับพักผ่อนตามที่นั่งอันคับแคบ
- วันจันทร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๑: รุ่งสาง ณ สถานีอุตรดิตถ์ (๐๗.๐๐ น.) พระสงฆ์ฉันขนมปัง นม และข้าวต้มญวน (กะจ้าง) พระเณรวัดพระแท่นศิลาอาสน์นำภัตตาหารมาถวาย รถไฟแล่นไต่ระดับเข้าสู่ช่องเขาพลึง ผ่านเด่นชัย ฉันเพลบนรถไฟ ถึงลำปางเวลา ๑๔.๐๐ น.เศษ จากนั้นขบวนรถไฟไต่เขาสูง ลอดผ่านอุโมงค์ถ้ำขุนตานอันมืดมิด เข้าสู่เขตจังหวัดลำพูน และเทียบชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่ เมื่อเวลา ๑๘.๐๐ น. ตรง รวมเวลาเดินทางทั้งสิ้น ๒๘ ชั่วโมง
ชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่เนืองแน่นไปด้วยคลื่นมหาชน พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ พร้อมด้วยคณะเจ้านาย ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน ได้จัดรถยนต์หลวงรับส่งคณะสงฆ์และสัมภาระมุ่งตรงสู่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารอย่างอบอุ่นยิ่ง
วันแรก ณ วัดเจดีย์หลวง และการเข้าเฝ้าในคุ้มหลวง (๒๙ พฤษภาคม ๒๔๗๑)
คณะสงฆ์เข้าพำนัก ณ คณะหอธรรม เนื่องจากเสนาสนะเดิมไม่เพียงพอ เจ้าแก้วนวรัฐและข้าราชการจึงสั่งการให้สร้างกุฏิเพิ่มเติมเป็นการด่วน พร้อมตั้งโรงครัวหลวงประกอบอาหารถวายทุกเช้าและเพล
ในเช้า วันอังคารที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ เจ้าแก้วนวรัฐได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ถึงที่พัก ครั้นถึงเวลา ๑๗.๐๐ น. ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ พร้อมด้วยพระมหาทอง ได้เดินทางไปเยือนตอบ ณ คุ้มหลวง ได้เข้าเฝ้าสนทนาธรรมกับเจ้าแก้วนวรัฐ และ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ตลอดจนเจ้านายฝ่ายเหนือ สร้างความปลาบปลื้มปีติแก่ราชตระกูล ณ เชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง
พิธีเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม (๓๑ พฤษภาคม – ๑ มิถุนายน ๒๔๗๑)
ภารกิจหลักในการวางรากฐานการศึกษาเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ เวลา ๑๗.๐๐ น. มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม ณ พระวิหารหลวงวัดเจดีย์หลวง โดยอาราธนาพระเถระต่างวัดในเมืองเชียงใหม่ ๑๐ รูป มีพระอภัยสารทะ วัดเชตวัน เป็นประธานสงฆ์ เจ้าแก้วนวรัฐและพระยาเพชรพิสัยนำข้าราชการและราษฎรมาร่วมพิธีล้นหลาม
รุ่งขึ้น วันศุกร์ที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๑ (เวลา ๐๗.๐๐ น.) มีการถวายภัตตาหารเช้าเลี้ยงพระภิกษุสามเณรและนักเรียน จากนั้นท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ได้แสดงพระธรรมเทศนาอนุโมทนากัณฑ์เปิดโรงเรียน และเปิดการเรียนการสอนเป็นปฐมฤกษ์ทันที โดย:
- พระมหาผิว: เริ่มสอนวิชาแปลภาษาบาลี คัมภีร์ธรรมบท
- พระมหาผล: เริ่มสอนวิชานักธรรมและธรรมวิภาค
นับเป็นปฐมบทแห่งการสถาปนาการศึกษาบาลีแผนกธรรมยุตขึ้นบนแผ่นดินล้านนาไทย ซึ่งได้หยั่งรากมั่นคงตราบจนถึงปัจจุบัน