บทที่ ๗: ตั้งธรรมหลวง – เทศน์มหาชาติ: สุนทรียศาสตร์แห่งระบำเสียง ๑๓ กัณฑ์ ค่ายกลป่าหิมพานต์ และมหาทานบูชา ๑,๐๐๐ สิ่ง
เจาะลึกประเพณีตั้งธรรมหลวงล้านนา สุนทรียศาสตร์ระบำเสียง ๑๓ กัณฑ์ ค่ายกลจำลองป่าหิมพานต์ และพิธีสวดเบิกถวายข้าวมธุปายาสยามรุ่งอรุณ
วรรณศิลป์ ๕๘ สำนวน และการจำแนก ๑๓ กัณฑ์มหาชาติล้านนา
การเทศน์มหาชาติในแผ่นดินล้านนา หรือที่เรียกกันว่า "การตั้งธรรมหลวง" เป็นมหกรรมทางพุทธศิลป์และวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวไทยยวน นิยมจัดขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือนยี่เป็ง (เดือน ๑๒ ของภาคกลาง) โดยมีความเชื่อสืบเนื่องมาจากคัมภีร์มาลัยสูตรว่า ผู้ใดได้สดับพระธรรมเทศนามหาเวสสันดรชาดกครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ (๑,๐๐๐ พระคาถา) ภายในวันเดียว จะได้ไปอุบัติในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย
นายสงวน โชติสุขรัตน์ ชี้ให้เห็นถึงความรุ่มรวยทางวรรณกรรมว่า ล้านนามีคัมภีร์มหาชาติที่รจนาขึ้นเป็นร้อยกรองภาษาถิ่นมากถึง ๕๘ สำนวน เช่น สำนวนพญาพล, วิงวอนหลวง, วัวพันหลัก, แท่นแก้วผุพัง ฯลฯ ซึ่งสะท้อนถึงอัจฉริยภาพของกวีโบราณ โดยแบ่งออกเป็น ๑๓ กัณฑ์เทศน์ มีชื่อเรียกและจำนวนคาถาตามสำเนียงเมืองเหนือ ดังนี้:
- กัณฑ์ทศพร (ทะสะพร - ๑๙ คาถา)
- กัณฑ์หิมพานต์ (หิมะพาน - ๑๓๔ คาถา)
- กัณฑ์ทานกัณฑ์ (ทานะกัณฑ์ - ๒๐๙ คาถา)
- กัณฑ์วนปเวสน์ (วันนะปะเวศ - ๕๗ คาถา)
- กัณฑ์ชูชก (จุ๊จก หรือ ตุ๊กจก - ๗๙ คาถา)
- กัณฑ์จุลพน (จุละพน - ๓๕ คาถา)
- กัณฑ์มหาพน (มหาพน - ๘๐ คาถา)
- กัณฑ์กุมาร (กุมาระบรรพ์ - ๑๐๑ คาถา)
- กัณฑ์มัทรี (มะที - ๙๐ คาถา)
- กัณฑ์สักกบรรพ (สักกะบรรพ์ - ๔๓ คาถา)
- กัณฑ์มหาราช (มหาราช - ๖๙ คาถา)
- กัณฑ์ฉกษัตริย์ (สักขัตติย์ - ๖๙ คาถา)
- กัณฑ์นครกัณฑ์ (นะกอน - ๔๘ คาถา)
รวมทั้งสิ้น ๑,๐๐๐ พระคาถา เรียกว่า "คาถาพัน" ซึ่งจะถูกจารไว้ในคัมภีร์ใบลานภาษาบาลีล้วนแยกต่างหากอีกหนึ่งผูก
ศาสตร์แห่ง "ระบำเสียง" และนาฏการเทศน์ของพระธรรมกถึก
สิ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ ลีลาการขับทำนองเทศน์ของล้านนาที่เรียกว่า "ระบำ" ซึ่งพระธรรมกถึกแต่ละท้องถิ่นจะได้รับการฝึกฝนจนมีเอกลักษณ์เฉพาะเมือง:
- ระบำน้ำตกตาด (เชียงใหม่): ลีลาท่วงทำนองเนิบช้า เอื้อนเสียงยาวไพเราะก้องกังวาน ดุจสายน้ำตกที่ทอดตัวลงมาจากหน้าผาชัน
- ระบำนกเขาเหิน (แพร่): จังหวะกระชั้นเร็วกว่า พลิ้วไหวดุจนกเขาบินร่อนลม
- ระบำช้างข้ามทุ่ง (น่าน): ท่วงทำนองเนิบนาบ มั่นคง สง่างาม ถ้อยคำชัดเจนฟังง่าย ดุจย่างก้าวของพญาช้างสาร
- และยังมีทำนองโบราณอื่นๆ เช่น ระบำมะนาวล่องของ, ระบำม้าย่ำไฟ, ระบำหมาไต่คันนา
ในเชิงพิธีกรรม พระธรรมกถึกจะนั่งเทศน์อยู่ภายในธรรมาสน์บุษบกที่มีผ้าม่านกั้นล้อมรอบสามด้าน โดยผู้ฟังจะไม่เห็นตัวพระสงฆ์ ก่อนจะเริ่มเทศน์ พระสงฆ์จะครวญเสียงเอื้อนในลำคอเรียกว่า "อื่อ" จากนั้นจะร่าย "กาพย์เค้า" (บทนำ), ตามด้วย "คาถาพระเจ้าเปล่งสีหนาท" แล้วว่าบท "นะโม เพียงครั้งเดียว" (ตามจารีตโบราณของล้านนา ซึ่งไม่ว่าสามจบเหมือนภาคกลาง) เมื่อดำเนินเรื่องไปถึงกึ่งกลางจะว่า "กาพย์กลาง" และตบท้ายด้วย "กาพย์ปลาย" เมื่องบแต่ละกัณฑ์ คณะศรัทธาจะตี "กลองปูจา" และจุดประทัดดังกึกก้อง หากกัณฑ์ใดพระเทศน์ได้จับใจ ไพเราะซาบซึ้ง เช่น กัณฑ์มัทรีหรือกัณฑ์ชูชก ผู้ฟังจะควักเงินหยอดใส่ขันพิเศษถวาย เรียกว่า "เงินติดกัณฑ์เทศน์พิเศษ"
มณฑลพิธีป่าหิมพานต์ และการถวายข้าวมธุปายาสยามรุ่งอรุณ
ภายในพระวิหารหลวงจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นป่าหิมพานต์และเขาวงกตจำลองอย่างน่าอัศจรรย์:
- ทางเข้าวัดปัก "ตุงไชย" ยาว ๓–๕ วา ปากประตูวัดทำเป็น "ซุ้มประตูป่า" แขวนโคมหางรูปกรวย
- เสาวิหารทุกต้นถูกขึงด้วยเชือก แขวนภาพเขียนกระดาษรูปสัตว์และมนุษย์อย่างละ ๑๐๐ ภาพ (ช้าง ม้า วัว ควาย ข้าทาสหญิง ข้าทาสชาย รวมเป็น ๖๐๐ ภาพ)
- รอบธรรมาสน์เทศน์ แขวนแผงดอกปีบ (กาสะลอง) แห้ง ขัดราชวัตร และตั้งอ่างน้ำขนาดใหญ่ ภายในอ่างใส่สัตว์ปั้นด้วยขี้ผึ้ง (เต่า ปู ปลา จระเข้ ปลาฝา/ตะพาบน้ำ มังกร) ลอยเคียงคู่ใบบัวสด
- เครื่องบูชาพันสิ่ง (ตามคัมภีร์มาลัยโปรด): ประกอบด้วย ผางประทีป ๑,๐๐๐ ดวง, เทียนดอกบัว ๑,๐๐๐ เล่ม, ธง/ช่อ ๑,๐๐๐ ผืน, ธูป ๑,๐๐๐ ดอก, และดอกไม้นานาพันธุ์รวม ๑,๐๐๐ ดอก
เมื่อการเทศน์ดำเนินต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนจบกัณฑ์นครกัณฑ์ในเวลาจวนสว่าง พระสงฆ์ ๕–๑๐ รูปจะร่วมกัน "สวดเบิก" (สวดพุทธาภิเษกแบบมอญ-ล้านนาด้วยทำนองไพเราะ) สวดบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตรและปฐมสมโพธิกถา จากนั้นจะมีการถวาย "ข้าวมธุปายาส ๔๙ ก้อน" แด่พระพุทธรูป จำลองเหตุการณ์เมื่อครั้งนางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ พร้อมกันนั้นชาวบ้านจะนำพระพุทธรูปขนาดเล็กจากเรือนตนเองมาร่วมพิธีเพื่อ "บวชพระเจ้า" (เบิกเนตรและสมโภช) จึงเป็นอันเสร็จสิ้นมหากรรมแห่งศรัทธาที่กินเวลานานถึง ๓ วัน ๓ คืน