ตอนที่ ๓: วัฒนธรรมประเพณีวัดเจดีย์หลวง มหาพิธีบูชาเสาอินทขิล ตักบาตรดอกไม้วันเข้าพรรษา และประเพณีสลากภัตเดือนเกี๋ยง
ตอนที่ ๓ วัฒนธรรมประเพณีวัดเจดีย์หลวง: เจาะลึกพิธีบูชาเสาอินทขิล ตักบาตรดอกไม้วันเข้าพรรษา และมหาทานสลากภัตเดือนเกี๋ยง
ประเพณีบูชาเสาอินทขิล: ปริศนาเสาหลักเมืองและมหาทานขันดอก
ประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันกับลมหายใจของชาวนครเชียงใหม่มากที่สุด คือ "ประเพณีบูชาเสาอินทขิล" หรือการทำบุญเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในช่วงรอยต่อของฤดูกาลทางจันทรคติล้านนา เรียกว่า "เดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก" (ตรงกับปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนของภาคกลาง)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งพระเจ้ากาวิละทรงกอบกู้เอกราชและฟื้นฟูนครเชียงใหม่ภายหลังยุคพม่าครองเมือง พระองค์ทรงดำเนินนโยบาย "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" รวบรวมไพร่พลและสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๓๔๓ พระองค์จึงทรงประกอบพิธีอัญเชิญเสาอินทขิล ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดสะดือเมือง (ใจกลางเมืองเดิม) ย้ายมาประดิษฐานไว้ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พร้อมสร้างรูปปั้นกุมภัณฑ์ (ยักษ์) ๒ ตนถือกระบองยืนพิทักษ์รักษา
ตำนานล้านนากล่าวว่า เสาอินทขิลคือเสาศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) ประทานลงมาให้แก่ชาวลัวะแต่โบราณ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจให้คนทั้งปวงดำรงตนอยู่ในศีลห้า หากเมืองใดกราบไหว้บูชาเสาอินทขิล บ้านเมืองนั้นจะรอดพ้นจากข้าวยากหมากแพง ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล ในงานประเพณีนี้ มหาชนชาวเชียงใหม่นับหมื่นจะหลั่งไหลนำดอกไม้ ธูป เทียน มา "ใส่ขันดอก" หรือวางบูชาลงในพานรอบวิหารเสาอินทขิลและรอบองค์พระธาตุเจดีย์หลวง เป็นภาพแห่งความสามัคคีและพลังศรัทธาที่สืบทอดมานับร้อยปี
ประเพณีตักบาตรดอกไม้: สังฆสามัคคีและการขอขมาในวันเข้าพรรษา
ในยามพลบค่ำของวันเข้าพรรษา (แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หรือเดือน ๑๐ เหนือ) วัดเจดีย์หลวงจะประกอบพิธีอันเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง นั่นคือ "ประเพณีตักบาตรดอกไม้" ซึ่งริเริ่มขึ้นในสมัยของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๑
พิธีนี้มิได้ใช้บาตรเหล็กทั่วไป แต่พระภิกษุสามเณรทุกรูปจะสะพาย "ย่ามผ้า" เดินแถวรับการถวายดอกไม้สด ธูป และเทียนจากพุทธศาสนิกชนที่มานั่งรอเต็มพระวิหารหลวง เมื่อรับดอกไม้จนเพียงพอแล้ว คณะสงฆ์จะนำดอกไม้เหล่านั้นมาจัดเป็นพุ่มเป็นพานเพื่อประกอบ "พิธีขอขมา ๓ ขั้นตอน":
- ญาติโยมถวายดอกไม้แด่พระสงฆ์: เป็นกุศลแรกแห่งการบูชาพระรัตนตรัย
- คณะสงฆ์ร่วมกันขอขมาต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์: ชำระมลทินจิตใจก่อนตั้งสัจจะอธิษฐานจำพรรษา ๓ เดือน
- การขอขมาตามลำดับพรรษา: พระสงฆ์และสามเณรทุกรูป ตั้งแต่พระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ พระอันดับ ไปจนถึงสามเณรรูปสุดท้าย จะกราบขอขมาโทษซึ่งกันและกัน เพื่อขจัดความบาดหมาง ก่อให้เกิดสังฆสามัคคีอันบริสุทธิ์หมดจดตลอดพรรษากาล
ประเพณีสลากภัตเดือนเกี๋ยง: มหาทานแห่งความเท่าเทียม
ประเพณีทำบุญถวาย "สลากภัต" (ตานก๋วยสลาก หรือทานสลาก) ของวัดเจดีย์หลวง กำหนดจัดขึ้นในวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (เดือนเกี๋ยงเหนือ) ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๑ (ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ถือเป็นปีที่ ๖๘)
ต้นเค้าของสลากภัตสืบย้อนไปในสมัยพุทธกาล จากเรื่องราวในคัมภีร์ธรรมบทว่าด้วยนางกุมารีกับนางยักษิณีที่จองเวรกันมาหลายชาติ จนพระพุทธองค์ทรงเทศนาสั่งสอนให้ระงับเวรด้วยการไม่จองเวร นางยักษิณีจึงรักษาศีลแปดและตอบแทนชาวบ้านด้วยการบอกฤดูกาลฟ้าฝน ชาวบ้านสำนึกในบุญคุณจึงนำสำรับอาหารมาถวาย นางกุมารีจึงนำมาทำเป็น "สลาก" นิมนต์พระสงฆ์มาจับหมายเลข โดยมีพระสุภูติตเถระเป็นผู้โชคดีจับได้เบอร์หนึ่งเสมอ
คติสลากภัตถือเป็นยอดแห่ง "สังฆทาน" (ทานที่ถวายแก่หมู่สงฆ์โดยไม่เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง) เจ้าภาพจะสานชะลอมไม้ไผ่บรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้ และของใช้จำเป็น นำมาติดหมายเลขสลากให้พระภิกษุสามเณรจับสลากเพื่อรับถวาย อานิสงส์แห่งมหาทานนี้นอกจากจะเป็นการอุทิศกุศลแก่บรรพชนผู้ล่วงลับแล้ว ยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่ออดีตบูรพาจารย์ของวัดเจดีย์หลวงทุกรูปให้ร่วมอนุโมทนาในทิพยวิมาน

