ตอนที่ ๕: สถาบันการศึกษาและสังคมสงเคราะห์ มหาประทีปแห่งปัญญา โรงเรียนเมตตาศึกษา และมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งล้านนา
ตอนที่ ๕ สถาบันการศึกษาและสังคมสงเคราะห์ วัดเจดีย์หลวง: ศูนย์บาลีล้านนา โรงเรียนเมตตาศึกษา มมร. ล้านนา และโรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน
สืบสายธารอักษรศาสตร์บาลี: ศูนย์การศึกษาธรรม-บาลีภาคเหนือ
ดินแดนล้านนาในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งอักษรศาสตร์ภาษาบาลีที่รุ่งเรืองที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในรัชสมัยพญาติโลกราช พระมหามังคละสีลวังสะ พระเถระแห่งวัดโชติการาม (วัดเจดีย์หลวง) ได้เคยรจนาคัมภีร์ "อุปปาตสันติ" (มหาสันติหลวง) อันประกอบด้วยพระคาถาบาลีถึง ๒๗๑ คาถา เพื่อสวดระงับเหตุเภทภัยและภยันตรายทั้งปวง
เพื่อสืบทอดมรดกทางปัญญานี้ เมื่อพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เข้ามาครองวัดเจดีย์หลวงในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ ท่านได้สถาปนาโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้น ต่อมาในวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ คณะสงฆ์ได้พัฒนาขึ้นเป็น "ศูนย์การศึกษาธรรม-บาลีภาคเหนือ (ธรรมยุต)" โดยได้รับการสนับสนุนทุนประเดิมจาก ม.จ.ชัชวลิต เกษมสันต์ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี (ตั้งแต่ประโยค ๑–๒ ถึงเปรียญธรรม ๙ ประโยค) ผลิตศาสนทายาทผู้เปี่ยมด้วยภูมิรู้ทางบาลีไวยากรณ์ป้อนสู่สังฆมณฑลอย่างต่อเนื่อง
โรงเรียนเมตตาศึกษา: มหากุศล ๓๗ ปีแห่งการศึกษาให้เปล่าแก่ผู้ยากไร้
อนุสรณ์แห่งความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของวัดเจดีย์หลวง คือ "โรงเรียนเมตตาศึกษา" โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ โดยดำริของพระธรรมดิลก (จันทร์ กุสโล) เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแก่เด็กยากจนจากอำเภอห่างไกล โดย "ไม่เก็บค่าเล่าเรียนและค่าบำรุงใดๆ ทั้งสิ้น"
จากจุดเริ่มต้นด้วยนักเรียนเพียง ๓๕ คนในอาคารห้องสมุดเก่า โรงเรียนได้เติบโตก้าวหน้าจนได้รับบริจาคที่ดินจากนางบำรุง นวกรณ์ และได้รับทุนสนับสนุนระดับสากล:
- พ.ศ. ๒๕๑๗: องค์การ NOVIB จากประเทศเนเธอร์แลนด์ บริจาคสร้าง "อาคารวินยาภรณ์"
- พ.ศ. ๒๕๓๒: นายมูเนะโอะ ยามาโมโต้ คหบดีชาวญี่ปุ่น บริจาคสร้าง "อาคารยามาโมโต้"
- พ.ศ. ๒๕๓๕: สโมสรไลออนส์มิตากะ ประเทศญี่ปุ่น บริจาคสร้าง "อาคารจันทร์ กุสโล"
โรงเรียนยึดหลักการอบรมบ่มเพาะเยาวชนภายใต้คติพจน์ "จนแล้วต้องเจียม" และ "จิตใจที่ดี ต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง" บ่มเพาะทั้งวิชาการ กีฬา ศิลปะ และศีลธรรม มีการกราบไหว้สวดมนต์เป็นกิจวัตร ตลอดระยะเวลา ๓๗ ปี (ถึง พ.ศ. ๒๕๓๙) โรงเรียนได้ผลิตนักเรียนสำเร็จการศึกษาออกไปรับใช้สังคมถึง ๓๒ รุ่น รวมกว่า ๒,๘๐๐ คน โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว
มหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา: อุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาสังคม
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ พระธรรมดิลก (จันทร์ กุสโล) ได้ขยายโอกาสทางการศึกษาระดับปริญญาตรีสู่แดนล้านนา โดยจัดตั้ง "มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา" (มมร. ล้านนา) ขึ้น ณ วัดเจดีย์หลวง เปิดสอน ๔ คณะ ได้แก่ คณะศาสนาและปรัชญา, คณะมนุษยศาสตร์, คณะสังคมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ โดยมีปราชญ์ฆราวาสชั้นนำของภาคเหนือ เช่น ศ.แสง จันทร์งาม, ศ.สุวัฒน์ นิยมค้า, รศ.สมหมาย เปรมจิตต์ และ Mr. Lawrence J. Maund ร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
มมร. วิทยาเขตล้านนา มิได้จำกัดบทบาทเฉพาะในห้องเรียน แต่ดำเนินพันธกิจเพื่อสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งโครงการเผยแผ่ธรรมะทางวิทยุและหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ๓ ฉบับสัปดาห์ละ ๓ วัน, โครงการค่ายคุณธรรม ณ วัดป่าดาราภิรมย์, โครงการธรรมสัญจรสู่นักเรียนชนบท, วารสารวิชาการ "ปัญญา", และการริเริ่มจัดทำฐานข้อมูลพระพุทธศาสนาบนคอมพิวเตอร์
โรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน: บ่มเพาะศาสนทายาทสู่โลกกว้าง
เคียงคู่กับมหาวิทยาลัยสงฆ์ วัดเจดีย์หลวงยังเป็นที่ตั้งของ "โรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน" โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยพระเทพสารเวที (ขันติ์ ขนฺติโก) และได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ เปิดสอนหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ ๑–๖ แก่พระภิกษุสามเณร ภายใต้พุทธศาสนสุภาษิต "ปญฺญา นรานํ รตนํ – ปัญญาเป็นแก้วสารพัดนึกของนรชน" ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ มีสามเณรเข้าศึกษาถึง ๖๒๗ รูป ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงพระธรรมวินัยเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อผลิตศาสนทายาทที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย