บทที่ ๔: ประวัติวัดเจ็ดยอด มหาโพธารามแห่งล้านนา การจำลองสัตตมหาสถานพุทธคยา และทำเนียบพระมหาเถระ
บทที่ ๔ ประวัติวัดเจ็ดยอด: กำเนิดวัดมหาโพธาราม พ.ศ. ๑๙๙๘ การจำลองสัตตมหาสถานจากพุทธคยาอินเดีย และทำเนียบพระมหาเถระล้านนา
ปฐมเหตุแห่งการปลูกพระศรีมหาโพธิ์ (พ.ศ. ๑๙๙๘)
วัดเจ็ดยอด (เดิมมีนามทางการว่า วัดมหาโพธาราม หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร) ตั้งอยู่ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘
ตำนานวัดเจ็ดยอดบันทึกว่า มูลเหตุของการสร้างวัดเริ่มต้นขึ้นเมื่อพญาติโลกราชได้ทรงสดับพระธรรมเทศนาว่าด้วยอานิสงส์แห่งการปลูกต้นมหาโพธิ์เจดีย์ พระองค์จึงทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างพระอารามฝ่ายอรัญญวาสี (พระป่า) ขึ้นเพื่อการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จึงทรงให้อำมาตย์เสาะแสวงหาชัยภูมิอันสงบวิเวก จนกระทั่งพบเนินดินอันร่มรื่นริมฝั่งแม่น้ำโรหิณี (ลำน้ำแม่คา/ห้วยแก้ว) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของนครเชียงใหม่
ในปีกุน พ.ศ. ๑๙๙๘ (จ.ศ. ๘๑๗) พญาติโลกราชโปรดเกล้าฯ ให้นำหน่อเนื้อต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งคณะพระภิกษุสงฆ์ล้านนานำกิ่งชำมาจากเกาะลังกาและเคยปลูกไว้เชิงดอยสุเทพ (วัดป่าแดงหลวง) มาปลูกลง ณ ที่แห่งนี้ พร้อมทั้งโปรดให้สร้างพระอาราม กุฏิสงฆ์ กำแพง และซุ้มประตูโขง ถวายเป็นที่พำนักของ พระอุตตมปัญญาเถระ พระมหาเถระผู้ไปอุปสมบทแปลงสายลังกาวงศ์ในประเทศศรีลังกาและเดินทางกลับมายังนครเชียงใหม่ อารามแห่งนี้จึงได้นามมงคลว่า "วัดโพธารามมหาวิหาร"

ภูมิสถาปัตยกรรมการจำลอง "สัตตมหาสถาน"
ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์สูงสุดของวัดโพธาราม คือการที่พญาติโลกราชทรงมีพระราชดำริให้จำลอง "สัตตมหาสถาน" (สถานที่สำคัญ ๗ แห่งที่พระพุทธองค์เสด็จเสวยวิมุตติสุขภายหลังการตรัสรู้แห่งละ ๗ วัน) จากพุทธคยา ประเทศอินเดีย มาประดิษฐานไว้ในมณฑลอารามอย่างครบถ้วนสมบูรณ์:
- โพธิบัลลังก์: แท่นพระแท่นรัตนบัลลังก์ใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์ลังกา
- อนิมิสเจดีย์: เจดีย์ทรงปราสาทแปดเหลี่ยมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จำลองสถานที่ที่พระพุทธองค์เสด็จประทับยืนทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยมิได้กะพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน
- รัตนจงกรมเจดีย์: ทางทิศเหนือ จำลองลานที่ทรงเสด็จจงกรม
- รัตนฆรเจดีย์ (เรือนแก้ว): ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จำลองสถานที่ประทับพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกจนบังเกิดฉัพพรรณรังสี
- อชปาลนิโครธ: ทางทิศตะวันออก จำลองร่มไม้ไทรที่ทรงสนทนากับพราหมณ์ผู้มีนิสัยหยาบคาย
- สระมุจลินทร์: สระน้ำทางทิศใต้ จำลองสระน้ำที่พญานาคมุจลินทร์แผ่พังพานปกป้องพระวรกายจากพายุฝน
- ราชายตนะ: ทางทิศใต้ จำลองร่มไม้เกดที่ทรงรับสัตตุก้อนสัตตุผงจากพ่อค้าวาณิชตปุสสะและภัลลิกะ
วิวัฒนาการสิ่งก่อสร้างในรัชกาลต่อมา

หลังการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ในปี พ.ศ. ๒๐๒๐ วัดโพธารามมหาวิหารได้รับการต่อเติมขยายอาณาเขตอย่างต่อเนื่อง:
- สมัยพญายอดเชียงราย (พ.ศ. ๒๐๓๐): พระองค์โปรดให้สร้าง พระมหาสถูปเจดีย์ทรงปราสาท ขึ้น ณ ลานด้านเหนือ เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิและอังคารธาตุของพญาติโลกราช พระราชอัยกาผู้ล่วงลับ
- สมัยพระเมืองแก้ว (พ.ศ. ๒๐๕๓ – ๒๐๖๙): พระองค์ทรงขยายที่ดินวัด สร้างพระอุโบสถ และในปี พ.ศ. ๒๐๖๙ ทรงอัญเชิญ พระพุทธรูปแก่นจันทน์แดง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำราชวงศ์ จากวัดบุปผาราม (วัดสวนดอก) มาประดิษฐาน ณ พระวิหารมณฑปที่สร้างขึ้นเฉพาะภายในวัดโพธาราม
ทำเนียบพระมหาเถระและศูนย์กลางสังฆมณฑล
วัดโพธารามมหาวิหารเป็นศูนย์กลางของคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญญวาสี (วัดป่า) ที่สำคัญเป็นอันดับสองรองจากวัดป่าแดงหลวง ในเอกสารประวัติศาสตร์ปรากฏนามพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ครองอารามแห่งนี้ ได้แก่:

- พระอุตตมปัญญาเถระ (พ.ศ. ๑๙๙๘): ปฐมเจ้าอาวาส ผู้เป็นกำลังสำคัญในการสถาปนาลัทธิลังกาวงศ์
- พระสามเถระ (พ.ศ. ๒๐๕๔): พระมหาเถระผู้มีบทบาทในพิธีผูกพัทธสีมาและสร้างพระอุโบสถ
- พระสัทธัมมขณเถระ (พระสัทธัมมโกรส): พระมหาเถระที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น "สมเด็จพระมหาสวามี (สมเด็จพระสังฆราช)" ประมุขสงฆ์สูงสุดฝ่ายลังกาวงศ์ในรัชสมัยพระเมืองแก้ว
- พระมหาสารภังคเถระ (พ.ศ. ๒๐๖๙): พระอาจารย์ในพระเมืองเกษเกล้า ได้รับสถาปนาเป็นพระมหาสวามีสืบต่อมา
ด้วยมรดกทางสถาปัตยกรรม ธรรมเนียมอรัญญวาสี และความศักดิ์สิทธิ์ของสัตตมหาสถาน วัดเจ็ดยอดจึงดำรงสถานะเป็นมหาวิหารอันดับหนึ่งในการจารึกประวัติศาสตร์พุทธศิลป์แห่งล้านนา