บทที่ ๖: ประวัติการอนุรักษ์โบราณสถานวัดเจ็ดยอด ศาสตร์แห่งการกอบกู้มรดกสถาปัตยกรรม และการพิทักษ์ประติมากรรมติดที่
บทที่ ๖ ประวัติการอนุรักษ์วัดเจ็ดยอด: ปฏิบัติการกอบกู้สถาปัตยกรรมศิลาแลง บูรณะปูนปั้นเทวดา ๗๐ องค์ และบทเรียนวิทยาศาสตร์ ๑๕ ปีหลังการอนุรักษ์
จุดเริ่มต้นแห่งปฏิบัติการกอบกู้โบราณสถาน (พ.ศ. ๒๕๑๗)
ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สภาพโบราณสถานภายในวัดเจ็ดยอดทรุดโทรมลงอย่างน่าใจหาย โครงสร้างศิลาแลงและอิฐถูกปกคลุมด้วยดงวัชพืช ไม้เลื้อย และต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่แทรกชอนไชทำลายรอยต่อของตัวอาคาร ลวดลายปูนปั้นเทวดาบนผนังวิหารเจ็ดยอดเริ่มปริแตก ร่วงหล่น และถูกคราบเชื้อรา ตะไคร่น้ำ ฝุ่นผงบดบังความวิจิตร กรมศิลปากรจึงได้ริเริ่ม โครงการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานวัดเจ็ดยอด ขึ้น โดยแบ่งการทำงานออกเป็น ๒ ส่วนคู่ขนาน:
- การบูรณะโครงสร้างโบราณสถาน: ดำเนินการโดยหน่วยศิลปากรที่ ๔ เชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๕๑๗–๒๕๒๐)
- การอนุรักษ์ประติมากรรมปูนปั้นและปูนฉาบผนัง: ดำเนินการโดยฝ่ายอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังและประติมากรรมติดที่
การขุดแต่งทางโบราณคดีและงานวิศวกรรมฟื้นฟู

คณะทำงานได้เริ่มบันทึกภาพถ่ายสภาพก่อนบูรณะ กำจัดวัชพืชต้นไม้ออกจากองค์พระเจดีย์ และขุดลอกชั้นดินทับถมเพื่อค้นหาแนวรากฐานดั้งเดิม:
- พระเจดีย์วิหารเจ็ดยอด: ขุดเปิดหน้าดินรอบฐานศิลาแลง พบแนวร่องระบายน้ำเดิม ช่างได้รื้อชั้นศิลาแลงที่ผุกร่อนออกแล้วเสริมด้วยศิลาแลงใหม่ที่ตัดแต่งตามรูปทรงเดิม เสริมความมั่นคงของฐานราก มีการตั้งนั่งร้านรอบวิหารเพื่อซ่อมแซมยอดเจดีย์ทั้ง ๗ องค์ ปรับปรุงยอดฉัตรโลหะ และวางท่อระบายน้ำคอนกรีตความยาว ๕๖.๓๔ เมตร พร้อมทั้งรื้อถอนเสาไฟฟ้าที่บดบังทัศนียภาพแล้วนำสายไฟฟ้าฝังลงใต้ดิน
- อนิมิสเจดีย์: เจดีย์ทรงปราสาทแปดเหลี่ยมได้รับการขุดลอกดินที่ทับถมสูงถึง ๑.๕๐ เมตร บูรณะฐานเขียงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง ๑๐.๔๕ เมตร ซ่อมแซมกำแพงแก้วเตี้ย และปรับปรุงซุ้มจระนำทั้ง ๔ ทิศ พร้อมเทพื้นคอนกรีตลานรอบฐานเพื่อป้องกันน้ำซึม
- มณฑปพระแก่นจันทน์แดง (สถูปบรรจุอัฐิพญาติโลกราช): ขุดแต่งเปิดแนวฐานบัวลูกแก้วอกไก่ชั้นที่ ๒ ซ่อมแซมซุ้มทิศ และติดตั้งท่อเหล็กขนาด ๓ นิ้ว พร้อมขุดบ่อซึมขนาดใหญ่ ๒ บ่อ (กว้างและลึก ๒ เมตร) บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อระบายน้ำฝนออกจากโบราณสถานอย่างเป็นระบบ
- ซุ้มประตูโขง: รื้อดินทับถม ซ่อมแซมบัวหงายและยอดซุ้มประตู พร้อมติดตั้งป้ายศิลาแลงจารึกประวัติวัดเจ็ดยอด ๒ ภาษา (ไทย-อังกฤษ)
โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมปูนปั้นเทวดา (พ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๑๘)
โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมติดที่ นำโดย ว่าที่เรือตรีอารภรณ์ ณ สงขลา และคณะผู้เชี่ยวชาญ ได้เข้าดำเนินการอนุรักษ์ปูนปั้นเทวดา ๗๐ องค์อย่างเร่งด่วน:

- การทำความสะอาดและกำจัดศัตรูโบราณสถาน: ใช้น้ำสะอาดและแปรงขนอ่อนขัดล้างคราบสกปรก และพ่นกำจัดตะไคร่น้ำ เชื้อรา พืชชั้นต่ำด้วยสารละลายฟอร์มาลีน (Formalin) ๑๐%
- การเสริมความมั่นคงของโครงสร้างปูนปั้น: ชิ้นส่วนปูนปั้นที่มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ ได้รับการเจาะยึดด้วย แกนเหล็กไร้สนิม (Stainless Steel) ฝังลึกเข้ากับผนังอิฐและศิลาแลง แล้วอัดฉีดด้วยกาวสังเคราะห์เรซิน (Epoxy Resin) ส่วนรอยร้าวขนาดเล็กใช้น้ำปูนขาวหมักผสมทรายละเอียดหยอดสมาน
- การเคลือบปกป้องผิว: ทาน้ำยาเคลือบผิวประเภทซิลิโคน (Silicone) เพื่อป้องกันการดูดซึมน้ำและความชื้นจากภายนอก
การติดตามผล (พ.ศ. ๒๕๓๓) และบทเรียนการเสื่อมสภาพ
ในการตรวจติดตามผลเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ (หลังการบูรณะ ๑๕ ปี) คณะผู้เชี่ยวชาญพบว่า โครงสร้างอาคารหลักยังคงแข็งแรงดี ทว่า ประติมากรรมปูนปั้นเริ่มเผชิญกับภัยคุกคามระลอกใหม่:
- การหมดอายุขัยของสารเคมี: น้ำยาซิลิโคนและเรซินสังเคราะห์มีอายุการใช้งานจำกัด (ไม่เกิน ๑๐–๑๕ ปี) เมื่อสารเคมีเสื่อมสภาพ น้ำฝนจึงเริ่มซึมเข้าสู่เนื้อปูนปั้นอีกครั้ง
- การกัดกร่อนจากน้ำฝนและสภาพภูมิอากาศ: น้ำฝนที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนละลายแคลเซียมคาร์บอเนตในเนื้อปูน ทำให้ผิวปูนปั้นเริ่มเป็นหลุมโพรง เกิดคราบดำ เชื้อรา และตะไคร่น้ำกลับมาเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
- ภัยคุกคามจากมนุษย์และสิ่งแวดล้อม: แรงสั่นสะเทือนจากยานพาหนะหนักบนถนนทางเข้าวัดที่สร้างขึ้นใหม่ใกล้ซุ้มประตูโขง, ควันธูปและน้ำตาเทียนจากผู้มีจิตศรัทธาที่มาจุดบูชาปิดทองบริเวณฐานอนิมิสเจดีย์, และปัญหาเศษใบไม้อุดตันท่อระบายน้ำจนเกิดน้ำท่วมขังบนดาดฟ้าวิหารเจ็ดยอด

รายงานสรุปได้เสนอแนะแนวทางเร่งด่วนในการตั้งงบประมาณบำรุงรักษาทุกๆ ๕ ปี, หลีกเลี่ยงการให้รถบรรทุกหนักวิ่งผ่านซุ้มประตูโบราณ, ห้ามจุดธูปเทียนติดกับองค์เจดีย์, และเตรียมก้าวสู่การใช้วิทยาการอนุรักษ์สมัยใหม่ที่ปลอดภัยต่อเนื้อหินและปูนปั้นโบราณในระยะยาว