บทที่ ๒: ธรรมสันตติวงศ์ ๑๘ ยุค: ลำดับอธิบดีสงฆ์ จารีตประเพณี และประภาคารการศึกษาแห่งล้านนา
ประวัติวัดสวนดอก บทที่ ๒: ย้อนรอยทำเนียบเจ้าอาวาส ๑๘ ยุค ประเพณีตานก๋วยสลาก เทศน์มหาชาติ และการกำเนิดมหาวิทยาลัยสงฆ์ล้านนา
๑. โครงสร้างการบริหารและสายธารแห่งธรรมสันตติวงศ์
การปกครองและการบริหารกิจการของวัดสวนดอก พระอารามหลวง ได้รับการจัดวางระบบอย่างมีระเบียบแบบแผน โดยมีเจ้าอาวาสเป็นประมุขสูงสุด ร่วมด้วยรองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ๖ รูป ซึ่งแบ่งหน้าที่รับผิดชอบงาน ๖ สายงานสำคัญ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง, ฝ่ายการศึกษา, ฝ่ายสาธารณูปการ, ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์, ฝ่ายการเผยแผ่, และฝ่ายเลขานุการ
นับตั้งแต่แรกสร้างอารามเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๔ ลำดับการสืบทอดตำแหน่งอธิบดีสงฆ์ผู้ครองวัดสวนดอกตามที่ปรากฏหลักฐานใน ตำนานวัดสวนดอก และ ตำนานมูลศาสนา มีทั้งสิ้น ๑๘ ยุคสมัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ ความผันแปร และการฟื้นคืนชีพของพระพุทธศาสนาในประวัติศาสตร์ล้านนา
ยุคทองแห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ. ๑๙๑๔ – ๒๐๔๓)
สายธารการสืบทอดเริ่มต้นจาก พระมหาสุมนเถระ (พ.ศ. ๑๙๑๔–๑๙๓๑) พระมหาเถระชาวสุโขทัยผู้สืบสายธรรมลังกาวงศ์จากเมืองพัน ท่านปกครองอารามนาน ๑๘ ปีจนถึงแก่มรณภาพ ลำดับถัดมาคือ พระมหากัสสปเถระ (พ.ศ. ๑๙๓๑–๑๙๔๖), พระมหานันทปัญญาเถระ (พ.ศ. ๑๙๔๖–๑๙๖๑) ผู้ขยายเขตพัทธสีมาพระอุโบสถ, พระมหาพุทธญาณเถระ (พ.ศ. ๑๙๖๑–๑๙๖๓), พระมหาพุทธคัมภีร์เถระ (พ.ศ. ๑๙๖๓–๑๙๗๗), พระมหาญาณรังษีเถระ (พ.ศ. ๑๙๗๗–๑๙๘๔) ผู้เดินทางไปศึกษาศาสนธรรมถึงกรุงพุกามและอังวะ, พระมหาไตรปิฎกสังฆราชา (พ.ศ. ๑๙๘๔–๑๙๙๐), พระมหาพุทธาทิจจเถระ (หรือพระพุทธรักขิตเถระ, พ.ศ. ๑๙๙๐–๒๐๐๒) ผู้เชี่ยวชาญภาษาบาลีอย่างลึกซึ้ง, พระมหาญาณสาครเถระ (พ.ศ. ๒๐๐๒–๒๐๑๘), พระมหานาคเสนเถระ (พ.ศ. ๒๐๑๘–๒๐๒๓) ในยุคที่พญาติโลกราชโปรดให้บูรณะห่อหุ้มทองคำพระมหาเจดีย์, พระมหาญาณวชิรโพธิเถระ (พ.ศ. ๒๐๒๓ ดำรงตำแหน่งไม่ถึงปี), พระมหากุภามญาณสาครเถระ (พ.ศ. ๒๐๒๓–๒๐๓๓) อาราธนามาจากวัดหมื่นสาร, พระมหาปุริเทพ (หรือพระศิลเทวะ / พุทธญาโณ, พ.ศ. ๒๐๓๓–๒๐๔๓) ผู้จดบันทึกตำนานพระบรมธาตุ ๒๘ แห่ง และ พระมหาธรรมโพธิ์ ผู้ขึ้นครองวัดในปี พ.ศ. ๒๐๔๓
ยุควิกฤตสงครามและอารามร้าง
หลังรัชสมัยพระมหาธรรมโพธิ์ อาณาจักรล้านนาตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า เกิดกลียุคและภาวะสงครามยืดเยื้อ วัดสวนดอกขาดการอุปถัมภ์บำรุง พระภิกษุสงฆ์ต้องอพยพหลบภัยสงคราม อารามที่เคยรุ่งเรืองกลับกลายสภาพเป็นวัดร้างกลางดงหญ้าคาเป็นเวลายาวนานนับร้อยปี
ยุคฟื้นฟูนครเชียงใหม่และการเกิดใหม่ของอาราม
ลุถึงปี พ.ศ. ๒๓๕๗ พระเจ้านครเชียงใหม่กาวิละสุริยวงศ์ ผู้กอบกู้อิสรภาพของเชียงใหม่ ได้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและโปรดให้สถาปนา พระมหาวชิระปัญญา ขึ้นเป็น "ครูบาพระมหาราชครูมหาสังฆราชาเถราภิเษก" ประจำนครเชียงใหม่ สถิต ณ วัดสวนดอก เป็นองค์ปฐมแห่งยุคฟื้นฟู ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ เจ้าแก้วนวรัฐและพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ได้อาราธนาครูบาศรีวิชัยมานำมหาชนบูรณะครั้งใหญ่ ก่อนที่คณะสงฆ์จะได้แต่งตั้งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ได้แก่ พระครูสุคันธศีล (หลวงปู่คำแสน อินฺทจกฺโก) (พ.ศ. ๒๔๘๙–๒๕๑๙), พระครูศรีปริยัตยานุรักษ์ (ไฝ ญาณวุฑฺโฒ) (พ.ศ. ๒๕๒๖–๒๕๓๑), และ พระครูธรรมเสนานุวัตร (วรรณ เขมจารี) (พ.ศ. ๒๕๓๒–๒๕๓๙ [ขณะพิมพ์])
๒. จารีตประเพณีศักดิ์สิทธิ์ประจำปี
วัดสวนดอกยังคงธำรงรักษาจารีตประเพณีล้านนาโบราณไว้อย่างบริสุทธิ์เข้มข้น ผ่าน ๓ มหาพิธีกรรมประจำปี:
- ประเพณีทำบุญสลากภัต (ตานก๋วยสลาก): จัดขึ้นตรงกับวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือนเกี๋ยงเหนือ (ตรงกับเดือน ๑๑ ภาคกลาง) พระสงฆ์และศรัทธาสาธุชนจะร่วมกันถวายทานอุทิศแด่บรรพชนผู้ล่วงลับ โดยจัดเครื่องไทยทานลงในชะลอมสาน บรรจุพืชผลและปัจจัยสี่อย่างประณีต
- ประเพณีตั้งธรรมหลวง (เทศน์มหาชาติ): จัดขึ้นภายหลังวันออกพรรษาของทุกปี มีการเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ตามสำนวนล้านนาโบราณ เพื่อสืบทอดคติธรรมความเสียสละอันยิ่งใหญ่
- ประเพณีทำบุญสรงน้ำพระบรมธาตุ: กำหนดขึ้นในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เหนือ ศรัทธาสาธุชนจะนำน้ำสุคันโธทกอบดอกไม้หอมมาร่วมสรงน้ำพระมหาเจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามฮีตโบราณ
๓. ประภาคารการศึกษาและการเผยแผ่ธรรมสู่สากล
นับตั้งแต่อดีต วัดสวนดอกคือที่ตั้งของ "หอธรรม" หรือ "ปิฎกะพระ" ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังจารึกคัมภีร์ใบลานและศูนย์กลางภาษาบาลีของพระสงฆ์ทั่วดินแดนล้านนา ในยุคปัจจุบัน อุดมการณ์ดังกล่าวได้รับการฟื้นฟูอย่างก้าวกระโดด:
- โรงเรียนพระปริยัติธรรม: ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เปิดสอนแผนกธรรมและบาลี เพื่อผลิตศาสนทายาทผู้ทรงภูมิธรรม
- กำเนิดมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งล้านนา: เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ คณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่ ผศ.รุ่งเรือง บุญโญรส, ผศ.ดร.สิงห์ทน คำขาว, และ ศ.มณี พยอมยงค์ ได้ร่วมมือกับพระครูศรีปริยัตยานุรักษ์ ก่อตั้ง "วิทยาลัยสงฆ์ล้านนา" ขึ้น ต่อมาในวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ และเปิดสอนระดับอุดมศึกษาเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗
- มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่: วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ สภามหาวิทยาลัย มจร. ได้มีมติรับวิทยาลัยสงฆ์ล้านนาเข้าเป็นวิทยาเขตเชียงใหม่ นับแต่นั้นมา วัดสวนดอกจึงกลายเป็นสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท ผลิตบัณฑิตสาขาพุทธศาสตร์ ครุศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ กระจายไปสร้างคุณประโยชน์ทั่วประเทศ
- การเผยแผ่และการอบรมวิปัสสนา: จัดตั้งโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา (พ.ศ. ๒๕๓๓), ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (พ.ศ. ๒๕๒๘), ศูนย์วิปัสสนากรรมฐานและอภิธรรมปิฎก (พ.ศ. ๒๕๓๘) รวมถึงโครงการจัดพิมพ์ประวัติวัดและเผยแผ่พระธรรมเป็นภาษาอังกฤษ และการส่งพระธรรมทูตไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ